|
เขียนโดย Administrator
|
|
Thursday, 10 January 2008 |
หากใครได้อ่านบทความเกี่ยวกับการเดินป่า คงจะต้องได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ บุหลัน รันตี ไม่มากก็น้อย ทั้งตามหน้านิตยสาร และแผงหนังสือทั่วไป แท้จริงแล้ว นามปากกาที่ประพันธ์หนังสือถึง 7 เล่มนี้ เป็นของผู้จัดการไร่อุษาวดี คุณไชโย สุวรรณนี่เอง เราไปทำความรู้จักกับเขากันเลยดีกว่า
บุหลัน รันตีชื่อจริง ไชโย สุวรรณ์  เกิดที่ ตำบลยางหย่อง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี วันที่ 11 พฤษภาคม 2509 พออายุได้สิบสองปี ครอบครัวย้ายไปอยู่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จนถึงปัจจุบัน
เขียนเรียงความให้เพื่อนนักเรียนโรงเรียนมัธยมส่งอาจารย์เรื่องละยี่สิบบาท เริ่มเขียนสารคดีเรื่องแรกเป็นสารคดีท่องเที่ยว ตีพิมพ์ในนิตยสารแค้มปิ้ง คุณสมบูรณ์ บุญยดิษฐ์ เป็นบรรณาธิการ ได้ค่าเรื่องห้าร้อยบาท สมัยนั้นเรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่หก โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ จังหวัดราชบุรี
พอเข้าเรียนในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มเขียนสารคดีป่าประจำในนิตยสารชีวิตกลางแจ้ง คอลัมน์ “ปืนป่าและการล่า” นามปากกา ช่อ ชำมะเลียง หลังจากชีวิตกลางแจ้งปิดตัวเองลง เข้าประจำกองบรรณาธิการนิตยสารเย่อกับปลา แต่ก็เป็นช่วงสั้น ๆ เพราะนิตยสารได้เปลี่ยนแนวทางไปนำเสนอเรื่องเรือเร็วเสียเป็นส่วนใหญ่
เข้าประจำกองบรรณาธิการนิตยสารท่องเที่ยวตกปลา ใช้หลายนามปากกา เช่น บุหลัน รันตี, โยเนเจอร์, มิสเตอร์ขลุย ระหว่างนี้ก็เขียนสารคดีส่งไปตีพิมพ์ในนิตยสารไฮคลาสและเพื่อนเดินทาง โดยใช้นามปากกาบุหงา รายา และนิตยสารตกปลา นามปากกา ช่อ ชำมะเลียง มีโอกาสได้เขียนสารคดีชุด “คนไล่ควาย” ลงตีพิมพ์ในนิตยสารฟ้ารายเดือนของคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ ได้รับคำติชมเป็นอย่างดีจากบทบรรณาธิการ ทำให้เกิดกำลังใจอย่างดีเยี่ยม
หันหลังให้กับวงการนิตยสารแนวตกปลา และไม่เขียนหนังสืออีกเลยหลังเลิกทำนิตยสารโลกกว้าง – กลางแจ้ง ไปทำงานวิจัยให้กับคณะนักวิชาการของกรมประมงในพม่า เมืองทวายและมะริด ต่อเนื่องถึงธุรกิจส่งออกปลาแม่น้ำ ไปยังประเทศญี่ปุ่นและยุโรป เก็บตัวอย่างพืชพรรณและสัตว์น้ำในแม่น้ำมูลให้กับเอ็นจีโอก่อนสร้างเขื่อนปากมูล เก็บตัวอย่างสัตว์น้ำในแม่น้ำเมยและสาละวิน ให้กับนักวิชาการกรมประมง ทำงานวิจัยด้านแมลงปีกแข็ง ผีเสื้อและมอธท์(ผีเสื้อ กลางคืน) ทางด้านป่าตะวันตกของเทือกเขาตะนาวศรีในเมืองทวายและมะริด ก่อนจะเป็นธุรกิจร่วมกับชาวญี่ปุ่น
ปี พ.ศ. 2536 เข้าทำงานในไร่อุษาวดี ตำแหน่งหัวหน้างานแผนกไม้ดอกไม้ประดับ เดินทางไปเรียนวิธีการปลูกและการจัดการกับกุหลาบสมัยใหม่ ที่ศูนย์พืชสวนดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่กับคุณนิกร อินทุโสภณ หัวหน้าศูนย์ฯ เข้ารับการอบรมในกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ คลินิกโรคพืช และแมลงศัตรูพืชที่กรมส่งเสริมการเกษตรกับคุณโอราฬ พิทักษ์ ดร. เศรษฐพงษ์ เลขะวัฒนะ และดร. สุรภีร์ กองไวรัสวิทยา
กลับมาปลูกกุหลาบตัดดอกสมัยใหม่ในกรีนเฮาส์ ซึ่งใช้สายพันธุ์กุหลาบตัดดอกขนาดใหญ่ของประเทศฮอลแลนด์ เพียงปีแรกหลังจากกุหลาบออกสู่ตลาด ก็สามารถยึดครองตลาดมาได้กว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ของร้านจำหน่ายดอกกุหลาบในกรุงเทพฯ
เป็นผู้บรรยายเรื่องการปลูกและการจัดการกับกุหลาบสมัยใหม่ การจัดการเรื่องดินให้กับนักศึกษา และหน่วยงานต่างๆ แทบทุกอาทิตย์ ปี พ.ศ. 2539 รับตำแหน่งผู้จัดการไร่อุษาวดี บริหารจัดการจนไร่อุษาวดีได้รับรางวัล “สิงห์ทอง” จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ปี พ.ศ. 2545 เริ่มเขียนหนังสืออีกครั้งเป็นสารคดีท่องเที่ยวตกปลาในป่าพม่า ตีพิมพ์ในนิตยสารเย่อกับปลา ชุดฝ่าพรมแดนเลือดรัฐกะเหรี่ยงฯ นามปากกา บุหลัน รันตี และสารคดีชุดแดดร่ม – ลมโชย นามปากกา ช่อ ชำมะเลียง
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการไร่อุษาวดี ดำเนินกิจการด้านการท่องเที่ยว รีสอร์ท สวนอาหาร และสวนกุหลาบในลักษณะท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวสวนผึ้ง – บ้านคา จังหวัดราชบุรี และประจำกองบรรณาธิการนิตยสารเย่อกับปลา
ผลงานตีพิมพ์ 1.ย่ำไปในไพรเถื่อน 2.เสียงเพรียกจากบังคะยู 3.แดดร่มลมโชย 4.ผีโป่งที่ทุ่งกินเจ้า 5.ผีหลวง 6.นรก9วันในแดนกะเหรี่ยง 7.ค่ำคืนในเหมืองร้าง
ที่มา : สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย http://www.thaiwriterassociation.org/writershow.php?writerid=7 |
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Sunday, 03 February 2008 )
|